Showing posts with label Power of Map. Show all posts
Showing posts with label Power of Map. Show all posts

Sunday, February 22, 2009

Density Population Map of Phayathai Distirct

เป็นแผนที่แสดงบริเวณที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ซึ่งสร้างจากข้อมูลประชากรที่ได้จากสำนักงานเขตพญาไท โดยอาศัยเทคนิคการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ Density


เป็นแผนที่ประกอบ Independence Study ของเราเองจ้า เอาไว้จะเอามาแบ่งกันติชมใหม่ละกัน

ART of MAP

วันนี้ ขอนำเสนอแผนที่สวยๆ จาำก http://spatialnews.geocomm.com นั่นคือ "A Tapestry of Time and Terrain" เป็นแผนที่ ที่สร้างจากเทคนิคทางศิลปะและวิทยาศาสตร์ โดยอาศัย สีที่สว่างสดใส แสงและเงา ร่วมกับลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะทางธรณีวิทยา ซึ่งมีความสวยงาม ใครอยากดูชัดๆ เข้าไปดูได้ที่นี่นะจ้ะ http://spatialnews.geocomm.com/features/tapestry_060800.html



















Monday, January 26, 2009

The Championship Premier League Map

เอาใจคนชอบกีฬา ด้วย The Championship Premier League Map ซึ่งเป็นแผนที่ใช้แสดงตำแหน่งแชมป์ตามตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์

Thank you for great map from

http://pitchinvasion.net/blog/2008/04/15/the-championship/

Map of Purchasing power Europe 2008/2009


เป็นแผนที่แสดงกำลังซื้อของประชาชนในยุโรป จากการศึกษาของ GfK GeoMarketing ตามดูรายละเอียดได้ที่

Tuesday, December 16, 2008

Carbon Atlas

แผนที่คาร์บอน หรือ Carbon Atlas เป็นการสื่อให้เห็นถึงปริมาณของก๊าซคาร์บอนที่ปล่อยออกมาจาก ประเทศต่างๆทั่วโลก โดยทำเป็นแผนที่โลก

ที่มา: http://www.guardian.co.uk/global/interactive/2008/dec/09/climatechange-carbonemissions

ได้ทั้งความสวยงามและความน่าสนใจ มากกว่าดูตัวเลขหรือตารางเฉยๆนะคะ ที่เอามาให้ดูกันเพราะว่าได้อ่านหนังสือสารคดีเล่มล่าสุด เรื่องนโยบายของโอบามาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่ว่าด้วยเรื่องโควต้าการปล่อยก๊าซคาร์บอนอยู่ และบังเอิญไปเจอเว็บนี้ดยการแนะนำ link ของรุ่นที่มหาลัย รู้สึกว่าน่าสนใจ ดี เลยเอามาแบ่งกันชมค่ะ แถมเรื่อง Cap and Trade ให้ด้วยละกัน เผื่อใครที่ไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ ก็ขออนุญาติหนังสือสารคดี เอาเรื่องที่ได้อ่านมาเล่าต่อหน่อยนะค่ะ

Cap and Trade ก็คือ แนวทางในการควบคุมก๊าซเรือนกระจกด้วยกลไกการจูงใจทางเศรษฐกิจ โดยที่มีการทำการตกลงร่วมกัน เช่น พิธีสารโตเกียว เพื่อ กำหนด "โควต้าการปล่อยก๊าซ" เพื่อให้มีการควบคุมการปล่อยก๊าซภายในประเทศของตน ซึ่งทำอาจทำให้แต่ละประเทศลดการปล่อยก๊าซลงได้ แต่ว่า อาจจะมีบางประเทศที่ไม่สามารถทำได้เนื่องจาก กิจกรรมหรือว่า อุตสาหกรรมภายในประเทศของตัวเอง มีอยู่เยอะ

ส่วนประเทศที่สามารถลดได้ ก็จะเอาโควต้าส่วนที่เหลือมาขายให้กับประเทศที่ไม่สามารถทำได้ (เหอๆ เพิ่งรู้เหมือนกันว่า ทำงี้ได้ด้วย)ระบบนี้เกิดจากหลักการที่ว่า กิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรื่อนกระจกไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใดก็ย่อมให้ผลในระดับโลก (อันนี้เห็นด้วยค่ะ ดังคำที่ว่า เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว นั่นเอง) และเพื่อการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรื่อนกระจกในประเทศกำลังพัฒนามีต้นทุนน้อยกว่าในประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่เห็นว่า ระบบนี้ได้ถูกวิจารณ์จากหลายฝ่ายว่า เป็นระบบชำระบาปให้กับประเทศที่มีเงินจ่าย เพื่อที่จะสามารถปล่อยก๊าซเรื่อนกระจกต่อไป

ท่านที่อ่านถึงตรงนี้แล้วเห็นเป็นอย่างไรกันบ้าง ส่วนตัวเห็นว่า ไม่น่าเอามาขาย ต่อหรอกนะคะ ทำอย่างนี้ก้อเท่ากับไม่ได้ลดอะไรลงเลย เหมือน เวลาขายของสองอย่าง โดยไปลดราคาตัวนี้แล้วเอามาบวกเพิ่มในสินค้าอีกตัว แล้วอย่างนี้มัน จะดีตรงไหนละค่ะ จริงมั้ยคะ

ขอขอบคุณ หนังสือสารคดี ฉบับที่ 285 พฤศจิการยน 2551 เล่ม คนไทยพิชิตยอดเอเวอร์เรสต์, อ.พี่เหมียวที่ทำให้มีไอเดียเขียนเรื่องนี้