เป็นแผนที่ประกอบ Independence Study ของเราเองจ้า เอาไว้จะเอามาแบ่งกันติชมใหม่ละกัน
วันนี้ ขอนำเสนอแผนที่สวยๆ จาำก http://spatialnews.geocomm.com นั่นคือ "A Tapestry of Time and Terrain" เป็นแผนที่ ที่สร้างจากเทคนิคทางศิลปะและวิทยาศาสตร์ โดยอาศัย สีที่สว่างสดใส แสงและเงา ร่วมกับลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะทางธรณีวิทยา ซึ่งมีความสวยงาม ใครอยากดูชัดๆ เข้าไปดูได้ที่นี่นะจ้ะ http://spatialnews.geocomm.com/features/tapestry_060800.html
Thank you for great map from
ที่มา: http://www.guardian.co.uk/global/interactive/2008/dec/09/climatechange-carbonemissions
ได้ทั้งความสวยงามและความน่าสนใจ มากกว่าดูตัวเลขหรือตารางเฉยๆนะคะ ที่เอามาให้ดูกันเพราะว่าได้อ่านหนังสือสารคดีเล่มล่าสุด เรื่องนโยบายของโอบามาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่ว่าด้วยเรื่องโควต้าการปล่อยก๊าซคาร์บอนอยู่ และบังเอิญไปเจอเว็บนี้ดยการแนะนำ link ของรุ่นที่มหาลัย รู้สึกว่าน่าสนใจ ดี เลยเอามาแบ่งกันชมค่ะ แถมเรื่อง Cap and Trade ให้ด้วยละกัน เผื่อใครที่ไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ ก็ขออนุญาติหนังสือสารคดี เอาเรื่องที่ได้อ่านมาเล่าต่อหน่อยนะค่ะ
Cap and Trade ก็คือ แนวทางในการควบคุมก๊าซเรือนกระจกด้วยกลไกการจูงใจทางเศรษฐกิจ โดยที่มีการทำการตกลงร่วมกัน เช่น พิธีสารโตเกียว เพื่อ กำหนด "โควต้าการปล่อยก๊าซ" เพื่อให้มีการควบคุมการปล่อยก๊าซภายในประเทศของตน ซึ่งทำอาจทำให้แต่ละประเทศลดการปล่อยก๊าซลงได้ แต่ว่า อาจจะมีบางประเทศที่ไม่สามารถทำได้เนื่องจาก กิจกรรมหรือว่า อุตสาหกรรมภายในประเทศของตัวเอง มีอยู่เยอะ
ส่วนประเทศที่สามารถลดได้ ก็จะเอาโควต้าส่วนที่เหลือมาขายให้กับประเทศที่ไม่สามารถทำได้ (เหอๆ เพิ่งรู้เหมือนกันว่า ทำงี้ได้ด้วย)ระบบนี้เกิดจากหลักการที่ว่า กิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรื่อนกระจกไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใดก็ย่อมให้ผลในระดับโลก (อันนี้เห็นด้วยค่ะ ดังคำที่ว่า เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว นั่นเอง) และเพื่อการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรื่อนกระจกในประเทศกำลังพัฒนามีต้นทุนน้อยกว่าในประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่เห็นว่า ระบบนี้ได้ถูกวิจารณ์จากหลายฝ่ายว่า เป็นระบบชำระบาปให้กับประเทศที่มีเงินจ่าย เพื่อที่จะสามารถปล่อยก๊าซเรื่อนกระจกต่อไป
ท่านที่อ่านถึงตรงนี้แล้วเห็นเป็นอย่างไรกันบ้าง ส่วนตัวเห็นว่า ไม่น่าเอามาขาย ต่อหรอกนะคะ ทำอย่างนี้ก้อเท่ากับไม่ได้ลดอะไรลงเลย เหมือน เวลาขายของสองอย่าง โดยไปลดราคาตัวนี้แล้วเอามาบวกเพิ่มในสินค้าอีกตัว แล้วอย่างนี้มัน จะดีตรงไหนละค่ะ จริงมั้ยคะ
ขอขอบคุณ หนังสือสารคดี ฉบับที่ 285 พฤศจิการยน 2551 เล่ม คนไทยพิชิตยอดเอเวอร์เรสต์, อ.พี่เหมียวที่ทำให้มีไอเดียเขียนเรื่องนี้